วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : นิวคาสเซิ่ล -vs- ลิเวอร์พูล | พรีวิวบอลวันนี้ 23 สิงหาคม 2569

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : นิวคาสเซิ่ล -vs- ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา : 22.30 น.
.⸻
สภาพความพร้อมของฝั่ง เจ้าบ้าน : นิวคาสเซิ่ล
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 ภายใต้การคุมทีมของ มัทธีอัส ไยส์เล่ กุนซือชาวเยอรมันที่เข้ามารับงานต่อจาก เอ็ดดี้ ฮาว หลังทีมจบอันดับ 12 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา โดยช่วงซัมเมอร์มีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังค่อนข้างมาก ทั้งการปล่อยแกนหลักอย่าง บรูโน่ กิมาไรส์, ซานโดร โตนาลี่ และ แอนโธนี่ กอร์ดอน พร้อมเติมนักเตะอายุน้อยหลายรายเข้ามาสู่ทีมด้านความพร้อม เกมนี้เจ้าบ้านจะไม่มี โชลินตอน ที่มีปัญหาบริเวณโคนขาหนีบ และ ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ที่เจ็บน่อง ขณะที่ โจ วิลล็อค ยังต้องเช็กความพร้อมอีกครั้ง ทำให้แดนกลางและแนวรับมีตัวเลือกจำกัดพอสมควรไยส์เล่มีแนวโน้มใช้ระบบ 4-2-3-1 เน้นการเพรสซิ่งสูง เล่นด้วยความเข้มข้น และพยายามโจมตีเร็วหลังแย่งบอลได้ โดย อามาร์ เดดิช แข้งใหม่มีโอกาสประจำการแบ็กขวา ขณะที่แดนกลางคาดว่าจะใช้ เจค็อบ แรมซี่ย์ กับ ฌอน สเตอเออร์ ส่วนเกมรุกมี แอนโธนี่ อีลังก้า, โยอัน วิสซ่า และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ สนับสนุน วิลเลี่ยม โอซูล่า
11 ตัวจริงที่คาด (4-2-3-1) : ลูคัส ฮอร์นิเช็ค - อามาร์ เดดิช, มาลิค เธียว, สเวน บ็อตมัน, ลูอิส ฮอลล์ - เจค็อบ แรมซี่ย์, ฌอน สเตอเออร์ - แอนโธนี่ อีลังก้า, โยอัน วิสซ่า, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - วิลเลี่ยม โอซูล่า
⸻
สภาพความพร้อมของฝั่ง ทีมเยือน : ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูลเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก อาร์เน่อ สล็อต หลังหงส์แดงจบอันดับ 5 ในฤดูกาล 2025/26 ทีมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ โดยนักเตะประสบการณ์สูงหลายรายออกจากทีม ขณะที่ อิราโอล่า พยายามปรับทีมเข้าสู่ฟุตบอลที่เน้นการเพรสซิ่ง, ความเร็ว และการเล่นเกมรุกโดยตรงมากขึ้นเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่มี อูโก้ เอกิติเก้ ที่เจ็บเอ็นร้อยหวาย รวมถึง โจ โกเมซ, คอเนอร์ แบรดลี่ย์ และ โจวานนี่ เลโอนี่ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม อย่างไรก็ตามแกนหลักอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กัคโป และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค พร้อมเป็นตัวเลือกอิซัคจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะนี่คือการกลับมาเยือนเซนต์ เจมส์ พาร์ค ในฐานะผู้เล่นลิเวอร์พูล หลังย้ายออกจากนิวคาสเซิ่ลเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ อิราโอล่า ยืนยันว่าดาวยิงทีมชาติสวีเดนมีสภาพร่างกายที่ดีและฝึกซ้อมได้ต่อเนื่องตลอดช่วงเตรียมฤดูกาลจากเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลชนะ โคโม่ 2-0 ทีมใช้แกนหลักชุดเดียวกับที่มีแนวโน้มลงสนามเกมนี้ โดยมี ไรอัน กราเฟนแบร์ก กับ โดมินิค โซบอสซ์ไล คุมแดนกลาง ส่วนสามตัวรุกด้านหลังอิซัคประกอบด้วย ริโอ เอ็นกูโมฮา, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ โคดี้ กัคโป
11 ตัวจริงที่คาด (4-2-3-1) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ - เจเรมี่ ฟริมปง, เฌเรมี่ ฌักเกต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, มิลอส เคอร์เคซ - ไรอัน กราเฟนแบร์ก, โดมินิค โซบอสซ์ไล - ริโอ เอ็นกูโมฮา, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โคดี้ กัคโป - อเล็กซานเดอร์ อิซัค
⸻
สถิติที่เคยพบกันของทั้งสองทีม
31/01/26 ลิเวอร์พูล ชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1
25/08/25 นิวคาสเซิ่ล แพ้ ลิเวอร์พูล 2-3
16/03/25 ลิเวอร์พูล แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2
26/02/25 ลิเวอร์พูล ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0
04/12/24 นิวคาสเซิ่ล เสมอ ลิเวอร์พูล 3-3
⸻
ถ่ายทอดสดฟุตบอล
แมตช์นี้แฟนบอลตัวจริงห้ามพลาด! การแข่งขันจะมีขึ้นใน วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา : 22.30 น. ถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง https://livescorethai.football/?match_id=6a85e12d40a6407628bdf888 ให้คุณติดตามได้ครบทุกช็อตสำคัญ
⸻
ผลการคาดการณ์
นิวคาสเซิ่ลได้เปรียบอย่างชัดเจนจากการเล่นที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ซึ่งบรรยากาศน่าจะเข้มข้นเป็นพิเศษตั้งแต่นาทีแรก และแนวทางของ ไยส์เล่ ที่เน้นเพรสซิ่งกับการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็วสามารถสร้างปัญหาให้แนวรับลิเวอร์พูลได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมเยือนยังอยู่ระหว่างปรับระบบภายใต้กุนซือคนใหม่อย่างไรก็ตาม ปัญหาของเจ้าบ้านอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ รวมถึงการขาด โชลินตอน และ ลิฟราเมนโต้ ทำให้ความแข็งแกร่งและประสบการณ์ในบางพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดลิเวอร์พูลเองแม้จะมีผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย แต่หากวัดคุณภาพของตัวจริง โดยเฉพาะแนวรุกที่มี เวียร์ตซ์, กัคโป และ อิซัค ยังดูมีความเฉียบคมมากกว่า เกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายที่ชนะโคโม่ 2-0 ยังแสดงให้เห็นว่าแนวรุกชุดนี้เริ่มประสานงานกันได้ดี ขณะที่อิซัคเองน่าจะมีแรงกระตุ้นสูงเป็นพิเศษในการกลับมาเจออดีตต้นสังกัดรูปเกมมีโอกาสเปิดแลกกันตั้งแต่ต้น เพราะทั้งสองกุนซือต่างให้ความสำคัญกับการเพรสซิ่งและการเล่นเกมรุก นิวคาสเซิ่ลน่าจะสร้างโอกาสได้จากพลังของเกมในบ้าน แต่หากเกมยืดเยื้อ คุณภาพรายบุคคลและประสบการณ์ของลิเวอร์พูลน่าจะสร้างความแตกต่างได้มากกว่า
สกอร์ที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ 2-1
ติดตามการพรีวิวฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ LiveScoreThai











