
วิเคราะห์บอล กระชับมิตรสโมสร : เอฟเวอร์ตัน -vs- นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม 2569
เวลา : 23.15 น.
ราคาบอล : เสมอ
สนาม : สกอตติช แก๊ส เมอร์เรย์ฟิลด์ สเตเดียม

ผลงาน 5 นัดล่าสุดของทั้งสองทีม
เอฟเวอร์ตัน
08/08/26 แพ้ สตุ๊ตการ์ต 1-3 (เยือน) กระชับมิตร
01/08/26 ชนะ ฮัมบูร์ก 2-1 (เยือน) กระชับมิตร
28/07/26 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-1 (เยือน) กระชับมิตร
25/07/26 เสมอ โบลตัน 0-0 (เยือน) กระชับมิตร
18/07/26 ชนะ ดันดี 4-0 (เยือน) กระชับมิตร
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
08/08/26 ชนะ บาเลนเซีย 2-1 (เยือน) กระชับมิตร
29/07/26 แพ้ บริสตอล ซิตี้ 1-4 (เยือน) กระชับมิตร
25/07/26 เสมอ เกตส์เฮด 1-1 (เยือน) กระชับมิตร
18/07/26 ชนะ ดาร์ลิงตัน 3-0 (สนามซ้อม/กระชับมิตร)
24/05/26 แพ้ ฟูแล่ม 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
ผลการพบกันของทั้งสองทีม
28/02/26 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แพ้ เอฟเวอร์ตัน 2-3
29/11/25 เอฟเวอร์ตัน แพ้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-4
25/05/25 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1
05/10/24 เอฟเวอร์ตัน เสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-0
02/04/24 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1

วิเคราะห์ก่อนเกม
เอฟเวอร์ตัน
ฝั่ง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ของกุนซือ เดวิด มอยส์ มีปรีซีซั่นที่ค่อนข้างแกว่ง 5 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 โดยเกมล่าสุดแพ้สตุ๊ตการ์ต 1-3 แม้รูปเกมมีโอกาสเข้าทำหลายครั้ง แต่ยังมีปัญหาทั้งการจบสกอร์และการป้องกันพื้นที่ด้านหลังแนวรับ สตุ๊ตการ์ตสามารถลงโทษความผิดพลาดได้หลายครั้ง เกมกับสตุ๊ตการ์ต มอยส์ส่ง มาร์ค ทราเวอร์ส เฝ้าเสา แนวรับมี เมอร์ลิน เรอห์ล, เจค โอไบรอัน, จาร์ราด แบรนธ์เวต และวิตาลี มิโคเลนโก ส่วนแดนกลางใช้ ทิม อิโรเอกบูนัม, แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง และเฮย์เดน แฮ็คนีย์ โดยมี ไทเลอร์ ดิบลิง, ชาร์ลี อัลการาซ และเบโต้ เป็นแนวรุก อย่างไรก็ตาม นัดนี้มีโอกาสโรเตชั่นอีกครั้ง จอร์แดน พิคฟอร์ดกลับมาสมทบทีมหลังภารกิจกับอังกฤษ ขณะที่ ธีร์โน่ แบร์รี่ ซึ่งยิงจุดโทษในเกมล่าสุด มีโอกาสกลับมาเป็นกองหน้าตัวจริง รวมถึง เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ที่น่าจะได้เวลาลงสนามเพิ่มขึ้น ส่วน เบรนแนน จอห์นสัน เพิ่งย้ายมาจากคริสตัล พาเลซอย่างเป็นทางการวันที่ 11 สิงหาคม จึงยังไม่ควรคาดหวังว่าจะถูกใช้งานเต็มรูปแบบทันที
11 ตัวจริงที่คาด (4-2-3-1) :
จอร์แดน พิคฟอร์ด - เจค โอไบรอัน, จาร์ราด แบรนธ์เวต, ไมเคิล คีน, วิตาลี มิโคเลนโก - เฮย์เดน แฮ็คนีย์, เมอร์ลิน เรอห์ล - ไทเลอร์ ดิบลิง, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, ชาร์ลี อัลการาซ - ธีร์โน่ แบร์รี่
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
ฝั่ง “สาลิกาดง” อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ หลังแต่งตั้ง มัทธีอัส ไยส์เซิล เป็นเฮดโค้ชคนใหม่เพียงไม่กี่วันก่อนเกมนี้ โดยเกมแรกของเขาพาทีมพลิกชนะบาเลนเซีย 2-1 จากสองประตูของ โยอัน วิสซ่า รูปแบบของไยส์เซิลเน้นเพรสซิ่งสูง เคาน์เตอร์เพรสทันทีเมื่อเสียบอล และเล่นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์นิวคาสเซิลระบุว่าเขาใช้ 4-2-3-1 เป็นฐานในช่วงคุมอัล-อาห์ลี แต่สามารถเปลี่ยนระบบตามสถานการณ์ และสมัยซัลซ์บวร์กเคยนิยม 4-4-2 ไดมอนด์ จึงคาดว่าปรีซีซั่นช่วงแรกจะมีการทดลองโครงสร้างพอสมควร ปัญหาคือนิวคาสเซิลเปลี่ยนแปลงแกนหลักหลายตำแหน่งในซัมเมอร์นี้ โดย บรูโน่ กิมาไรส์ ย้ายไปอาร์เซนอลแล้ว ขณะที่ทีมอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ากับกุนซือใหม่ เกมล่าสุดกับบาเลนเซีย ไยส์เซิลออกสตาร์ตด้วย ลูคัส ฮอร์นิเช็ค ในประตู แนวรับมี สเวน บ็อตมัน, มาลิค เธียว, มิโอดราก พิวาส และลีโอ ชาฮาร์ ส่วนแนวรุกมี ฮาร์วีย์ บาร์นส์, แอนโธนี่ เอลังก้า, นิค โวลเทมาเดอ และวิลเลียม โอซูลา ก่อนส่งวิสซ่าลงครึ่งหลังและยิงสองประตู แอนโธนี่ เอลังก้า ถูกหามออกจากสนามหลังโดน โฆเซ่ กาย่า เข้าหนักจนอีกฝ่ายโดนใบแดง แม้อาการเบื้องต้นไม่รุนแรงอย่างที่กังวล แต่โอกาสใช้งานเขาทันทีในเกมอุ่นเครื่องนี้ถือว่าไม่จำเป็นต้องเสี่ยง นอกจากนี้ก่อนเกมบาเลนเซีย ลูอิส ฮอลล์ มีอาการเจ็บเล็กน้อย, ฟาเบียน แชร์ ไม่พร้อม, ติโน่ ลิฟราเมนโต้ อยู่ระหว่างฟื้นตัวจากการผ่าตัดเล็ก ส่วนแดน เบิร์น เพิ่งกลับจากภารกิจกับทีมชาติ
11 ตัวจริงที่คาด (4-2-3-1) :
ลูคัส ฮอร์นิเช็ค - ลีโอ ชาฮาร์, มาลิค เธียว, สเวน บ็อตมัน, ลูอิส ไมลี่ย์ - อลาดจิ บัมบ้า, เจค็อบ แรมซี่ย์ - เจค็อบ เมอร์ฟี่, โชลินตอน, วิลเลียม โอซูลา - โยอัน วิสซ่า
ทรรศนะ
คู่นี้มองจากชื่อชั้นอย่างเดียวอาจรู้สึกว่านิวคาสเซิลเหนือกว่า แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนช่วงสองสามฤดูกาลก่อน เพราะ “สาลิกาดง” เพิ่งเปลี่ยนกุนซือและเสียผู้เล่นแกนหลักหลายราย จังหวะการเล่นภายใต้ไยส์เซิลจึงยังต้องใช้เวลาปรับ แม้เกมแรกจะบุกชนะบาเลนเซีย 2-1 และวิสซ่าดูอันตรายมากก็ตาม
เอฟเวอร์ตันเองฟอร์มไม่ได้ดีไปกว่ากัน โดยแพ้ 2 จาก 3 เกมล่าสุดและเสียถึง 3 ประตูให้สตุ๊ตการ์ต แต่ข้อได้เปรียบคือระบบของเดวิด มอยส์มีความต่อเนื่องมากกว่า อีกทั้งการกลับมาของตัวหลักหลายคนทำให้คุณภาพ 11 คนแรกน่าจะสูงกว่าเกมที่ผ่านมา ส่วนสถิติเฮดทูเฮด 5 นัดหลัง เอฟเวอร์ตันก็แพ้นิวคาสเซิลเพียงครั้งเดียวจุดที่น่าสนใจคือทั้งสองทีมยังไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด และเป็นเกมปรีซีซั่นที่สามารถเปลี่ยนตัวจำนวนมากได้ จึงมีความผันผวนสูงกว่าบอลลีก หากนิวคาสเซิลเพรสสูงตามแนวทางของไยส์เซิล เอฟเวอร์ตันมีโอกาสเจอปัญหาในการขึ้นบอล แต่ในทางกลับกันพื้นที่ด้านหลังแนวรับสูงของนิวคาสเซิลก็สามารถเปิดช่องให้ ดิบลิง, อัลการาซ และแบร์รี่เล่นงานได้เช่นกัน แนวโน้มจึงออกมาสูสีและมีโอกาสที่ทั้งคู่จะยิงประตูได้
ราคาบอล : เสมอ
สกอร์ที่คาด :เสมอ 1-1
ความมั่นใจ : 7/10
ติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่livescorethai






